เสื้อวงเท่ห์ ๆThe Devil wears Prada

posted on 24 Nov 2008 03:09 by usagina

           

 มีแต่สวยๆเท่ห์ๆ แอบเอามาแป๊ะไว่ก่อง คริคริ หรือถ้ใครชื่อชอบเสื้อวงนี้ ก้อเข้าไปดูตามลิ้งค์ได้เลย มีอีกมากมาย

   http://new.merchnow.com/catalogs/the-devil-wears-prada

 แปะไว้อีก1

 http://www.rockabilia.com/new.php?mode=search

 

เนื้อเพลง ดาวบนฟ้า ปลาในน้ำ เธอในฝัน น้ำชา

คำร้อง สีห์ ธาราสด
ทำนอง/เรียบเรียง อภิไชย เย็นพูนสุข


มีดาวบางดวง ที่ฉันอาจอยากได้มัน แต่ไม่ฝันให้มันหล่นมา
ให้ติดอยู่บนฟ้า คงดีกว่าฉันเอามา มาเก็บมัน

มีปลาบางตัว ที่ฉันมองว่าสวยงาม แต่ไม่เคยคิดลองจับมา
ให้ว่ายอยู่ในน้ำ คงดีกว่า ก็ดูจะสวยกว่า
ไม่ขอไปทำอะไรให้ได้มา จะปล่อยไปตามนั้น

ให้ดาวอยู่บนฟ้า ให้ปลาอยู่ในน้ำ และปล่อยให้ความรักเป็นเพียงแค่ฝัน
เธอไปได้ดีแล้ว หนทางของเธอนั้น ฉันมันห่างไกล
อยากปล่อยให้เธอนั้น ได้อยู่ที่ตรงนั้น ไม่ว่าจะยังรักตัวเธอแค่ไหน
ไม่อยากเป็นเจ้าของ ขอมองแค่ไกลไกล ห่างกันแค่ไหน..รักได้เท่าเดิม

จะมองดวงดาว ด้วยความสุขบนฟ้าไกล อย่างที่ฉันได้ทำเรื่อยมา
มองปลาอยู่ในน้ำ ด้วยความอิ่ม และยิ้มได้มากกว่า
และเห็นตัวเธอในใจได้ชัดกว่า เวลาที่ได้ฝัน

ให้ดาวอยู่บนฟ้า ให้ปลาอยู่ในน้ำ และปล่อยให้ความรักเป็นเพียงแค่ฝัน
เธอไปได้ดีแล้ว หนทางของเธอนั้น ฉันมันห่างไกล
อยากปล่อยให้เธอนั้น ได้อยู่ที่ตรงนั้น ไม่ว่าจะยังรักตัวเธอแค่ไหน
ยังคงจะมองเห็น มองเห็นเธอที่ใจ เหมือนเดิม
ตัวเราจะไกลกันแค่ไหน รักได้เท่าเดิม
จะนานเพียงไร ยังรักเธออยู่เหมือนเดิม

 วันนี้อิฉ้านก็ออกไปแถวๆปากซอยบ้าน หารายมาหม่ำๆสะหน่อย แล้วก็เดินบ่นกับเรื่องที่ตัวเองไปซื้อผักกาดหอมมา2ต้น 20 บาทว่าทำไมเดียวนี้มันแพงๆ เอ๊ะใจ?นี้เราไม่ได้ซื้อมากี่ปีแระ  ว่าต่อ  เดินหาปลาย่างหรือปลาเผา มะมีแฮะร้านที่เคยซื้อ กิงอย่างอื่นก้อได้ งืมบะหมี่ละกัน   เดินมาฉแว๊บ โอ้ว.....ปลาทูทอด ........ซื้อไปให้แมวข้างล่างคอนโดดีกว่า อิฉ้านก้อถาม ตัวเท่ารายค่ะ

 แม่ค้า......ตัวละ20

อิฉ้าน....แม่เจ้า เล๊ก+แห้ง 20 บาทเลยเหรอค่ะ

แม่ค้า.....ในถุง3ตัว20บาท

อิฉ้าน........3ตัว20บาท รวมๆกันแล้วคงเนื้อเยอะกว่าตัวละ20

แม่ค้า......เอาอันไหนจ๊ะ

อิฉ้าน.....3ตัวละกันคร่า มันเยอะดี

ละเดินกลับ บ่นใจในของเดียวมันแพงจัง  เดียวก้อปลูกผักกิงเองหรอก แต่ปลาทูทพเองไม่ได้ เดินมาถึงคอนโด โอ้วไม่เห็นแมว ขึ้นไปก่อนดีกว่าเผื่อจะคลุกข้าวให้มัน ไม่ขึ้นลิฟ เดินบันได จะได้ไดเอต ประหยัดพลังงานช่วยชาติ ไม่ถึงไหนเลยง ถุงบะหมี่หล่นกะจาย โอ้ว .....เซงเยย กิงปลาทูก้อได้ ต้องมาหารข้าว กับปลาทู แบ่งกันเพื่อน้องแมว ......แทะไปมาแมวก้างเยอะกว่าเนื้อ55555+ สงสารตัวเองก่อนดีมะเนี่ย  เสร๊จเรียบร้อย อิฉ้านก้อเอาลงไปให้น้องแมว ลงลิฟก้อได้งิ ไปถึงมองซ้าย มองขวา ไม่เห็นแฮะ ไปไหนหว่า อืม วางไว้แถวๆนี้ละกันดึกๆเดียวคงมา  ไปละ  สักพักแอบชะเง้อมาดู พระเจ้าจอร์ชนายแน่มาก คุณหมามารับประทานเรียบร้อย  อิฉ้านก้อเดินเซง รู้งี้กิงให้หมดก้อดี หมานี้อ้วนเชียว อุตสาห์อยากกิงปลาเผา จนมาเปงปลาทู หือๆ  แล้วกลับมาคิดว่าจิงๆแล้วก็มีอย่างอื่นกิงเยอะแยะ แต่ด้วยอยากกิงปลา 555+

 

วันนี้แอบมาเก็บของไว้  กับรองเท้าเท่ห์ของชาวนักบาส และเสื้อ แต่ว่าเดียวเอามาแปะไว้เรื่อย ๆๆอิอิ สำหรับคนที่ชื่นชอบ และนิยมของแท้

 

 

 

 

ชาว PS3

posted on 10 Nov 2008 16:35 by usagina

เพื่อนๆชาวPS3 มาแชร์กันหน่อยคร่า  ตอนนี้มีเกมอะไรน่าเล่นบ้างค่ะ ใครเล่นอะไรไปบ้างแล้ว ก็มาแชร์ความมันส์กานหน่อยน๊า--* เผื่อจาเลือกซื้อเกมส์มันๆมาเล่นบ้าง คือว่า มันเล่นแผ่นแท้เลยต้องมาเลือกกันหน่อย คริคริ 

 

HEAVENLY SWORD  เกมส์นี้ก้อน่าสนใจนะ

จากที่รอคอยกันมานาน ชาวPS3 จะได้ยลโฉม ของสาวผมแดง คนนี้ซะที สาวนาริโกะ สาวผมแดงแรงฤทธิ์ เมื่อต้องออกเดินทาง โดยมีเป้าหมายไปยังการแก้แค้นให้กับพวกพ้องของเธอที่ถูกกษัตรย์ ใจโฉดนามว่า Bohan Heavenly Sword จัดเป็นเกมแอคชั่น หนึ่งจากโซนี่ ทำออกมาได้งดงาม พวกเราไม่ควรพลาดกัน อิอิ

t size="1">ตัวอย่างเกมส์ Heavenly Sword - อีกตัวอย่างที่น่าดูมาก

Bath&Body

posted on 10 Nov 2008 04:08 by usagina

สำหรับใครๆที่ชื่นชอบ  เข้าไปดูได้นะคร่า  ช่วงนี้เปิดรับสินค้า จากUSA  ค่ะ

http://www.bathandbodyworks.com/category/index.jsp?categoryId=3161132

     1. หลงใหลกับสิ่งไม่แท้จริง  ถามตัวเองดูนะว่าคุณละเลยความจริง ความสวยงามแท้จริง ชีวิตในด้านลึกรึเปล่า วันๆเรามัวแต่เสพสิ่งต่างๆ ทั้งข้าวของต่างๆที่เราพากันอยากได้ จนทำให้เราลืมนึกถึงเรื่องจิตใจกันไป นานเข้าก็เบื่อ เบื่อโน่นเบื่อนี่รวมทั้งเบื่อการต้องไปเดทด้วย ก็เลยทำให้คุณไม่อยากไป แล้วอย่างนี้จะมีความรักได้อย่างไรกันล่ะ หันกลับมาสนใจกับชีวิตในความเป็นจริงกันเถอะ 

     2. ไม่เข้าใจเพศตรงข้าม  เดี๋ยวนี้เรื่องความเท่าเทียมกันของผู้หญิงผู้ชายมาแรงมาก ใครๆก็พูดกันถึงแต่เรื่องนี้ ผู้หญิงทำงานเก่งขึ้นทุกวัน บางครั้งมันเลยทำให้เราขาดความเคารพในความแตกต่างของเพศหญิงและชายไป เรามองข้ามไปว่าหญิงและชายสามารถสร้างความรัก ความรวมกันเป็นหนึ่งได้เมื่ออยู่ด้วยกัน ความห่างระหว่างเพศสูงขึ้นเรื่อยๆ เราเลยอาจรู้สึกว่า "ฉันเจ๋งกว่าเธอ" หรือ "ผู้ชายไม่มีวันทำให้ฉันมีความสุขได้หรอก" เราก็เลยไม่เปิดรับเพศชายเข้ามาในชีวิตเสียที เอาล่ะ เรายอมรับกันได้ในส่วนหนึ่ง แต่โดยเนื้อแท้อย่าลืมว่าผู้ชายเกิดมาเพื่อปกป้องผู้หญิง ให้เขาทำหน้าที่ของเขาเถอะนะ

 3. ฉันอยู่คนเดียวได้  คุณอาจรู้สึกว่าก็ไม่เห็นจะต้องการใครในชีวิตเลย ถ้าเราต้องการใครมาให้ความรัก อยู่ข้างๆเรา หรือคอยปลอบใจเรานั่นหมายถึงว่าเราเป็นผู้หญิงอ่อนแอ และมันเหมือนเป็นบัญญัติของสังคมที่คอยบอกเราตลอดว่าผู้หญิงอ่อนแอน่ะ เป็นสิ่งไม่ดี คุณก็เลยพยายามทำตัว โอเคว่าฉันเข้มแข็ง ไม่มีใครฉันก็อยู่ได้ต่อไป แต่ในที่สุดก็รู้สึกเหงาจนได้

   4. ไม่กล้าเปิดใจ  ความไร้เดียงสาอย่างหนึ่งของคนเราก็คือ เวลาเราได้เปิดใจ เปิดเผยความรู้สึกลึกๆกับใคร มันอาจเป็นความกลัวที่สุดที่ซ่อนอยู่ก็ได้ แต่ทุกวันนี้พวกเรากลับเลือกปิดกั้นความรู้สึกจริงๆตรงนั้นไว้ พยายามทำตัวปกติ และนั่นล่ะเป็นตัวทำลายวิญญาณที่แท้จริงของเราไป ก็ในเมื่อเราไม่เปิดใจก่อน แล้วใครเขาจะมาเข้าใจ เขาจะก้าวเข้าสู่ความเป็นคุณได้อย่างไรล่ะ

 

      5. ตัดสินคนง่ายไป  "โอ้ย! แค่สิบห้านาทีฉันก็รู้แล้วว่าหมอนี่เป็นคนยังไง" ประโยคนี้คุ้นๆกับคุณไหม ทุกครั้งที่คุณเจอชายหนุ่มคุณจะกำลิสท์ความต้องการในตัวชายหนุ่มของคุณใน มือไว้ตลอด และมันยังเป็นความต้องการที่ต่อรองไม่ได้ด้วยนะ เช่น เขาจะต้องเป็นผู้ชายสูง เขาจะต้องจบปริญญาโท เพียงแค่เขาไม่มีคุณสมบัติตามลิสท์คุณ คุณก็จะบอกว่า "ไม่เอาแล้ว คนนี้ไม่ใช่แน่นอน" คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีมุมมองความรักเป็นยังไง เขามองโลกยังไง เขาอาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดของคุณก็ได้ การที่เราไปตัดสินคนอย่างรวดเร็วเนี่ยก็เหมือนคุณสร้างกำแพงให้ตัวเองนั่น แหละ มันเป็นทางที่ง่ายที่สุดและเร็วที่สุดเพื่อคุณจะได้ป้องกันได้ว่าเขาจะไม่ ตัดสินคุณไปก่อนไง คุณจะไดไม่ต้องรู้สึกแย่กับตัวเอง


      6. ความสัมพันธ์ฉันต้องดีที่สุด คุณอาจจะมีความสุขในงานที่ทำ คุณประสบความสำเร็จในชีวิต คุณมีครอบครัวที่อบอุ่นมาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องตั้งความหวังว่าความสัมพันธ์คุณจะต้องดีมากๆๆๆๆ ผู้ชายคนนั้นจะต้องเพอร์เฟคสุดๆไปด้วย เพราะลองถามตัวเองจริงๆ คุณอาจได้คำตอบว่างานที่ฉันทำก็ไม่ได้ดีที่สุดกว่าคนอื่นตรงไหน ฉันเองก็ไม่ได้มีชีวตสมดุลไปซะทุกอย่าง และที่สำคัญฉันก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงเพอร์เฟคที่สุดซักหน่อย เพราะฉะนั้นแทนที่เราจะมองหาแต่สิ่งที่ดีที่สุด ลองเปลี่ยนเป็นมองสิ่งที่ดีเฉยๆก็พอดีมั้ย และใครจะรู้ สิ่งนั้นล่ะอาจะเป็นความมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตคุณก็ได้


      7. จะมีความรักต้องพร้อม  อีกเหตุผลหนึ่งที่คุณไม่มีความรักก็อาจเป็นเพราะว่า คุณมักรอให้ความรักเข้ามาตอนที่คุณต้องพร้อมในทุกด้านก่อน คุณต้องรอเวลาให้เรียนจบ มีอาชีพที่ดี และมีความเป็นอยู่แบบที่คุณอยากจะเป็น เหล่านี้จะมาก่อนความรักของคุณ ลองมองย้อนไปที่ความรักของพ่อแม่เราดูสิ ว่านั่นน่ะเป็นความรักที่เกิดขึ้นผิดเวลาก็ได้ ผิดสถานที่ก็ได้ ความสำคัญของการที่เราได้อยู่กับคนที่ใช่มันจะมาก่อนเหตุผลอื่นเสมอ เรื่องมีความรัก เรื่องแต่งงานเลยเป็ฯเรื่องไม่ยากเย็นอะไรนัก


      8. ใช้หัวคิดมากกว่าหัวใจ  ยิ่งนานวันเข้า ก็ยังไม่มีความรัก เราก็จะต้องคอยไปหาหนังสืออ่านบ้าง พยายามคุยกับผู้รู้ทั้งหลาย ยิ่งถ้าเจอเพื่อนคนไหนแต่งงานสำเร็จไป เราก็จะยิ่งเจอความคิดมากมายชวนสับสนยิ่งนัก เอ! แล้วฉันจะดำเนินการตามแผนไหนดี ความรักมันเลยกลายเป็นเรื่องของหัวคิดมากกว่าหัวใจไปซะงั้น เหตุผลต่างๆจะมาก่อนความรู้สึกจริงๆ จากใจ ไฟรักเลยมอดหายไป

   9. วางแผนมากไป  แทนที่ความรักจะเป็นเรื่องของธรรมชาติหัวใจ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ปล่อยให้หัวใจพาไป ความรักกลับกลายมาเป็นเรื่องการวางแผน คุณจะคอยมีความคิดอยู่ในหัวว่า "โอ้! อาทิตย์หน้าฉันก็สามสิบแล้ว ปีหน้าเนี่ยล่ะเหมาะที่สุดที่ฉันจะมีความรัก" หรือ "ฉันมีเวลาว่างแค่ชั่วโมงเดียวหลังจากเรียนโดยที่จะไปออกเดท เพราะหลังจากนั้นฉันต้องไปเรียนศิลปะอีก" ความรักเลยเป็นเหมือนงานอดิเรกของคุณไป คุณเลือกจะไปเดทตอนคุณสะดวกเท่านั้น ถ้าตารางคุณยุ่งแล้วก็อย่าหวังว่าหนุ่มไหนจะแทรกเวลาของคุณมาได้แล้วกัน

ขอบคุณทีมงาน teenee.com

++++++++++++++++++++++

 เป็นเช้าอีก 1 วันที่มากับรอยน้ำตา

เสียดายสมอง  เสียดายชีวิตที่ผ่านมา  เสียดายทุกอย่าง    แต่หลายๆอย่างดูเหมือนจะทำให้เราแย่ลง  ไม่ต่างกับต้นไม้ที่ต้องการน้ำเพื่อเติบโต ออกดอก หรือสดชื่น ทั้งๆที่ให้กำลังใจตัวเอง ต้องการให้มันดีขึ้น แต่ใจก้อไม่สามารถทำให้ตัวเองดีขึ้นมาได้  แค่หวังพึ่งสิ่งรอบๆตัวหรือคนใกล้ตัว  แต่ตอนนี้ มันเหมือนในใจไม่ต้องการอะไรอีก มันจะจบที่ตัวฉันเอง

มันก้อจิงที่ต้องหยุดจากตัวเอง เพราะเลือกแล้วที่จะเป็นแบบนี้โทดใครไม่ได้ .....นอกจากตัวเราเอง

untitled

posted on 05 Nov 2008 01:51 by usagina

^-^Halloween^-^

posted on 31 Oct 2008 20:03 by usagina

++บล๊อคนี้มีแต่เศร้า  มาตามกระแสโลกนิดนึงในวันปล่อยผี++

*******************

วันฮาโลวีน (อังกฤษ: Halloween) เป็นงานฉลองในคืนวันที่ 1 พฤศจิกายน
คนทั่วไปเข้าใปใจผิดกันว่าเป็นคืนวันที่
31 ตุลาคม
ประเทศทางตะวันตก เด็กๆ จะแต่งกายเป็นภูตผีปีศาจพากันชักชวนเพื่อนฝูงออกไปงานฉลอง
มีการประดับประดาแสงไฟ
และที่สำคัญคือแกะสลัก
ฟักทองเป็นโคมไฟ เรียกว่า แจ๊ก-โอ'-แลนเทิร์น (jack-o'-lantern)

การฉลองวันฮาโลวีนนิยมจัดกันในสหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา
และยังมีใน
ออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์ด้วย
รวมถึงประเทศอื่นใน
ทวีปยุโรปก็นิยมจัดงานวันฮาโลวีนเพื่อความสนุกสนาน

วันที่ 31 ต.ค. เป็นวันที่ชาว เคลต์ (Celt) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอร์แลนด์
ถือกันว่า เป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน
และวันต่อมา คือ วันที่ 1 พ.ย. เป็นวันขึ้นปีใหม่
ซึ่งในวันที่ 31 ต.ค. นี่เองที่ชาวเคลต์เชื่อว่า เป็นวันที่มิติคนตาย และคนเป็นจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมาจะเที่ยวหาร่างของคนเป็นเพื่อสิงสู่เพื่อที่จะได้มีชีวิตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
เดือดร้อนถึงคนเป็น ต้องหาทุกวิถีทางที่จะไม่ให้วิญญาณมาสิงสู่ร่างตน
ชาวเคลต์จึงปิดไฟทุกดวงในบ้าน ให้อากาศหนาวเย็น และไม่เป็นที่พึงปรารถนาของบรรดาผีร้าย
นอกจากนี้ยังพยายามแต่งกายให้แปลกประหลาด ปลอมตัวเป็นผีร้าย และส่งเสียงดังอึกทึก
เพื่อให้ผีตัวจริงตกใจหนีหายสาบสูญไป

บางตำนานยังเล่าถึงขนาดว่า มีการเผา "คนที่คิดว่าถูกผีร้ายสิง" เป็นการเชือดไก่ให้ผีกลัวอีกต่างหาก
แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนคริสตกาล ที่ความคิดเรื่องผีสางยังฝังรากลึกในจิตใจมนุษย์

ต่อมาในศตวรรษแรกแห่งคริสตกาล ชาวโรมันรับประเพณีฮาโลวีนมาจากชาวเคลต์แต่ได้ตัดการเผาร่างคนที่ถูกผีสิงออก เปลี่ยนเป็นการเผาหุ่นแทน กาลเวลาผ่านไป ความเชื่อเรื่องผีจะสิงสูร่างมนุษย์เสื่อมถอยลงตามลำดับ ฮาโลวีนกลายเป็นเพียงพิธีการ การแต่งตัวเป็นผี แม่มด สัตว์ประหลาดตามแต่จะสร้างสรรค์กันไป

ประเพณีฮาโลวีนเดินทางมาถึงอเมริกาในทศวรรษที่ 1840 โดยชาวไอริชที่อพยพมายังอเมริกา
สำหรับประเพณี ทริกออร์ทรีต (Trick or Treat แปลว่า หลอกหรือเลี้ยง) นั้น เริ่มขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 9
โดยชาวยุโรป ซึ่งถือว่า วันที่ 2 พ.ย. เป็นวัน 'All Souls' พวกเขาจะเดินร้องขอ 'ขนมสำหรับวิญญาณ' (soul cake) จากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง โดยเชื่อว่า ยิ่งให้ขนมเค้กมากเท่าไร วิญญาณของญาติผู้บริจาคก็ได้รับผลบุญ ทำให้มีโอกาสขึ้นสวรรค์ได้มากเท่านั้น

ส่วนตำนานที่เกี่ยวกับฟักทองนั้น เป็นตำนานพื้นบ้านของชาวไอริช ที่กล่าวถึง
แจ๊คจอมตืด ซึ่งเป็นนักเล่นกลจอมขี้เมา
วันหนึ่งเขาหลอกล่อปีศาจขึ้นไปบนต้นไม้ และเขียนกากบาทไว้ที่โคนต้นไม้ ทำให้ปีศาจลงมาไม่ได้ จากนั้นเขาได้ทำข้อตกลงกับปีศาจ 'ห้ามนำสิ่งไม่ดีมาหลอกล่อเขาอีก' แล้วเขาจะปล่อยปีศาจลงจากต้นไม้
เมื่อแจ็คตายลง เขาปฏิเสธที่จะขึ้นสวรรค์ ขณะเดียวกันปฏิเสธที่จะลงนรก ปีศาจจึงให้ถ่านที่กำลังคุแก่เขา
เพื่อเอาไว้ปัดเป่าความหนาวเย็นท่ามกลางความมืดมิด และแจ็คได้นำถ่านนี้ใส่ไว้ในหัวผักกาดเทอนิพที่ถูกเจาะให้กลวง เพื่อให้ไฟลุกโชติช่วงได้นานขึ้น ชาวไอริชจึงแกะสลักหัวผักกาดเทอนิพ และใส่ไฟในด้านใน อันเป็นอีกสัญลักษณ์ของวันฮาโลวีน เพื่อระลึกถึง 'การหยุดยั้งความชั่ว' Trick or Treat เพื่อส่งผลบุญให้กับญาติผู้ล่วงลับ และพิธีทางศาสนาเพื่อทำบุญวันปีใหม่

แต่เมื่อมีการฉลองฮาโลวีนในสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกาพบว่า ฟักทองหาง่ายกว่าหัวผักกาดมาก
จึงเปลี่ยนมาใช้ฟักทองแทน หัวผักกาดจึงกลายเป็นฟักทองด้วยเหตุผลฉะนี้

ประเพณีทริกออร์ทรีต ในสหรัฐอเมริกาคือการละเล่นอย่างหนึ่งที่เด็กๆ เฝ้ารอคอย
ในวันฮาโลวีนตามบ้านเรือนจะตกแต่งด้วยโคมไฟฟักทองและตุ๊กตาหุ่นฟาง
ที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลประเพณีเก็บเกี่ยว (Harvest) ในช่วงเดียวกันนั้น
แต่ละบ้านจะเตรียมขนมหวานที่ทำเป็นรูปเม็ดข้าวโพดสีขาวเหลืองส้มในเม็ดเดียวกัน เรียกว่า Corn Candy
และขนมอื่นๆไว้เตรียมคอยท่า ส่วนเด็กๆ ในละแวกบ้านก็จะแต่งตัวแฟนซีเป็นภูตผีมาเคาะตามประตูบ้าน
โดยเน้นบ้านที่มีโคมไฟฟักทองประดับ (เพราะมีความหมายโดยนัยว่าต้อนรับพวกเขา)
พร้อมกับถามว่า "Trick or treat?" เจ้าของบ้านมีสิทธิที่จะตอบ treat ด้วยการยอมแพ้ มอบขนมหวานให้ภูตผี(เด็ก)เหล่านั้น ราวกับว่าช่างน่ากลัวเหลือเกิน หรือเลือกตอบ trick เพื่อท้าทายให้ภูตผีเหล่านั้นอาละวาด ซึ่งก็อาจเป็นอะไรได้ ตั้งแต่แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกหลอน ไปจนถึงขั้นทำลายข้าวของเล็กๆ น้อยๆ แล้วอาจจบลงด้วยการ treat เด็กๆ ด้วยขนมในที่สุด

 ขอบคุณข้อมูลจาก : Wikipedia

 

ของน่ารักๆ

posted on 12 Oct 2008 03:44 by usagina

 







첨부이미지첨부이미지첨부이미지첨부이미지첨부이미지첨부이미지첨부이미지첨부이미지첨부이미지첨부이미지